วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2556 (Thailand Tourism Festival 2013) วันที่ 5 – 9 มิถุนายน 2556


เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2556
(Thailand Tourism Festival 2013)
วันที่ 5 – 9 มิถุนายน 2556

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักประเทศไทย พลาดไม่ได้กับมหกรรมท่องเที่ยวที่ใหญ่สุดในรอบปี กับโฉมใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดให้ชมฟรี “เที่ยวฟรีมีจริง” เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2556 Thailand Tourism Festival 2013 ตอนเที่ยวไทยและไทยเป็นศูนย์กลางตลาดท่องเที่ยว AEC ภายในงานมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ มากมาย เช่น นิทรรศการท่องเที่ยวไทยศูนย์กลางตลาดท่องเที่ยวและประชุม AEC + 6 ประกอบด้วยไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ บูรไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย นอกจากนี้ท่านจะได้พบกับนิทรรศการ Modern Marketing ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในธีม (Theme) “หลงรักประเทศไทย
อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการท่องเที่ยวในภาพรวม ซึ่งได้จัดรวม 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่
ภาคเหนือ “วัฒนธรรมล้ำค่างานผืนป่าธรรมชาติ
k
ภาคกลาง “เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลาง
e
ภาคอีสาน “แหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม
t
ภาคใต้ “ป่าสวยทะเลใสหลากหลายวัฒนธรรม
ภาคตะวันออก “สีสันตะวันออก
เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2556 (Thailand Tourism Festival 2013) วันที่ 5 - 9 มิถุนายน 2556
เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2556 (Thailand Tourism Festival 2013) วันที่ 5 – 9 มิถุนายน 2556
นำเสนอมุมมองท่องเที่ยวใหม่ กับ ถนนคนเดิน 5 ภูมิภาคท่องเที่ยว
-ท่านจะได้ชิมช้อปอาหารอร่อย อาหารดัง เมนูเด็ด หลากหลายจาก 5 ภูมิภาคท่องเที่ยว
-ตื่นตากับเวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-ร่วมสมัยและนานาชาติ ณ เวทีใหญ่
-ชมโชว์เคสของหน่วยงานพันธมิตรกับ ททท. เช่น สสปน. ศศป. จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค
-ร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ ด้านการท่องเที่ยวสำหรับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวกับสถาบันการศึกษาสาขาท่องเที่ยว ฯลฯ
-ส่งเสริมการขายด้านตลาดในประเทศเป็นพิเศษเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและแขก VIP วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2555 เวลา 9.00-12.00 น.
-ศูนย์รวมสินค้าบริการท่องเที่ยว เชิงคุณภาพ และโปรโมชั่นพิเศษ มากมายเกือบ 1,000 ราย
แบ่งเป็นหมวด ดังนี้-ขนส่งเดินทางเครื่องบิน รถยนต์ รถไฟ และเรือ
-โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท
-แหล่งท่องเที่ยวพิเศษ สนามกอล์ฟ
-บริษัทนำเที่ยว
-สถาบันการเงิน ธนาคาร บัตรเครดิต
-สปา สถานบันเสริมความงาม โรงพยาบาล
-สวนสนุก สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า
-และสินค้าบริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ อีกมากมาย
หมายเหตุ ผู้ประกอบการสนใจจองพื้นที่เข้าร่วมงานด่วน…ติดต่อโดยตรงที่ บริษัทอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เมเนจเม้นท์ จำกัด (ฝ่ายโครงการพิเศษ ) หมายเลขโทรศัพท์ 028335262-65 โทรสาร 028335266 อีเมล์ specialproject@impact.co.th
หรือติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2250-5500 ต่อ 1333-36
กิจกรรมครั้งนี้ถือได้ว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวอีกด้วย ท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลตามรายละเอียดตามที่ได้ระบุไว้ในข้างต้น เป็นอีกหนึ่งมหกรรมท่องเที่ยวที่ใหญ่สุดในรอบปีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ห้ามพลาดเลยทีเดียว ขอบอก
ที่มา: เที่ยวภาคกลาง
     

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก? (รวม 10 ที่เที่ยวเมืองไทย สไตล์เมืองนอก 10 ประเทศ)

เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก? (รวม 10 ที่เที่ยวเมืองไทย สไตล์เมืองนอก 10 ประเทศ) - โดย Janio

by Painaidii.com (3611 เข้าชม)
28 มิถุนายน 2555
“คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ประโยคคลาสสิกท่อนนี้ดูท่าจะเป็นจริง กับความสามารถซ่อนเร้นของพี่ไทยเรา ที่ไม่ว่าต่างชาติเค้าจะมีอะไรเก๋ไก๋ ชาวสยามก็ไม่ยอมแพ้ผลิตออกมาให้มีกับเค้าได้เหมือนกัน เฉพาะอย่างยิ่งในยุคโซเชียลมีเดียครอบงำเช่นปัจจุบัน กระแสของ “สถานที่ท่องเที่ยว” จำต้องเนรมิตดีไซน์ให้มีกลิ่นอาย “ต่างประเทศ” เข้าไว้ นัยว่าจะเรียกเรตติ้งความฮือฮาได้สูงส่ง (ก็ได้ผลนะ) ซึ่งเพื่อนๆ จะสังเกตบ้างไหมหนอ? ว่าตอนนี้ในเมืองไทย มีที่เที่ยวสไตล์เมืองนอกอยู่มากมาย Diary ฉบับนี้เลยจะพาไปแนะนำให้รู้จักกันสักหน่อย  ว่าแต่?..พร้อมจะไปเที่ยวต่างประเทศในเมืองไทยแล้วใช่มะ งั้นไปดูกันโลดดด!...
เที่ยวเมืองไทย เหมือนไปเมืองนอก? (รวม 10 ที่เที่ยวเมืองไทย สไตล์เมืองนอก 10 ประเทศ)   
By Janio
www.PaiNaiDii.com
10. อินเดียในเมืองไทย (Photo : Tump)



ใครที่หลงใหลในเสน่ห์ของ ทัชมาฮาล อนุสาวรีย์แห่งความรักจากประเทศอินเดีย  ลองล่องใต้ลงไปยังจังหวัดสงขลา คุณก็จะได้เจอวิหาร ทัชมาฮาล อันสวยงาม โดยถอดแบบมาจากต้นฉบับเป๊ะๆ! แต่ที่นี่ไม่ใช่เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก หากเป็นมัสยิดกลาง ประจำจังหวัดสงขลา ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวไทยมุสลิม ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ และถูกยกให้เป็นมัสยิดที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย!!

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~
9.มัลดีฟส์ในเมืองไทย  (Photo : .อธิกสุรทิน)





เมื่อพูดถึง “ทะเล” ในฝันที่ใครหลายคนอยากไปสัมผัส แน่นอนว่า “มัลดีฟส์” ต้องนอนมาเป็นเบอร์ต้นๆ ซึ่งหากกำลังทรัพย์ของคุณไม่อำนวย แต่อยากยลความสวยระดับ Hi-End ก็ด้อนท์วอรี่! เพราะบอกแล้วว่าพี่ไทยเราก็มี นั่นคือ “เกาะพยาม” จังหวัดระนอง ซึ่งนักท่องเที่ยวยินดีมอบสมญาให้เป็น “มัลดีฟส์เมืองไทย” อย่างไม่กระดากฟิลลิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวสะอาดใสเป๊ะเว่อร์ เหมือนคอมพิวเตอร์กราฟิก! แถมยังถูกประดับด้วยรีสอร์ทที่ปักหมุดอยู่โลเคชั่นกลางทะเลเป็นหลังๆ ราวกับจำลองภาพจาก “เกาะมัลดีฟส์” มาทุกกระเบียดนิ้ว จึงไม่น่าแปลกใจถ้าคุณจะกด Like ให้ที่เที่ยวแห่งนี้!!

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

8. ญี่ปุ่นในเมืองไทย (Photo : www.facebook.com/kungbassman)










สำหรับผู้ที่ปลาบปลื้ม Japanese เข้าเส้น คงพยักใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มให้ที่เที่ยวแห่งนี้ได้ไม่ยาก กับ Hako Town ฟู้ดคอร์ทย่านเลียบทางด่วน รามอินทรา ที่ยกเอาบรรยากาศเงียบสงบ ของชนบทในประเทศญี่ปุ่นผสมกับทิวทัศน์ร่วมสมัย มาให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างถึงแก่น ใครที่กำลังหาโลเคชั่นเก๋ๆ ถ่ายภาพ หรืออยากดื่มด่ำความเป็นนิปปอนขนานแท้ อย่าลืมแวะมาโดน! แถมที่ Hako Town ยังรวบรวมทั้งอาหารรสเลิศ และร้านต้นตำรับแห่งแรกในประเทศไทย เรียกว่างานนี้ได้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มตาในคราวเดียวกัน

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

7. สวิตเซอร์แลนด์ในเมืองไทย






สารภาพว่า “Swiss Sheep Farm” ฟาร์มสุดน่ารักแห่งใหม่ในเมืองชะอำ แล่นเข้ามาในหัวด้วยความเร็ว 4 คูณร้อย หากจะนึกถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองไทย ที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบเครื่องทั้งเรื่องอากาศแจ่มๆ  จากทำเลฝังตัวท่ามกลางธรรมชาติเขียวชอุ่ม โอบอุ้มด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน สะท้อนอารมณ์โรแมนติกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีฝูง“น้องแกะ” แสนน่ารัก หรือจะ “ขี่ม้าชมวิว” ก็ชิลล์ไปอีกแบบ และไฮไลท์สำคัญต้องไม่พลาดมา “คล้องกุญแจแห่งรัก”ที่มีตำนานเล่าว่าหากคู่ไหนได้มาคล้องร่วมกัน ก็จะสามารถครองรักได้นิรันดร์เลยทีเดียว!!

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

6. ฮ่องกงในเมืองไทย (Photo : www.facebook.com/kungbassman, apichai)
      (Photo : apichai)
      (Photo : www.facebook.com/bassman)
                      (Photo : www.facebook.com/bassman)

ผู้ที่เคยไปย่ำแดนฮ่องกง หนึ่งในไฮไลท์สำคัญประจำทริป แน่ล่ะว่าคุณต้องไม่พลาดไปดื่มด่ำสีสันยามค่ำคืน กับงานSymphony of Lights ที่กว่า 44 อาคารริมอ่าว Victoria ต่างพร้อมใจกันเปิดไฟปล่อยแสงเลเซอร์เฟี้ยวฟ้าวสุดงดงาม ซึ่งเมืองไทยเราก็มีสถานที่ที่ให้ Feel แบบนี้นะขอบอก! ก็ Asiatique The Riverfront ไงล่ะครับ แม้จะไม่จัดจ้านเท่าเจ้าของต้นตำรับ แต่ก็ได้อารมณ์คล้ายคลึงกัน แค่คุณทอดน่องไปหยุดตรงริมแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน ของที่เที่ยวไลฟ์สไตล์แห่งนี้ แล้วทอดสายตาชมวิวก็จะได้สัมผัสแสงสีสวยๆ งดงามมิใช่หยอก แถมของบ้านเราก็ยังมีรูปปั้นริมน้ำ เหมือนที่ฮ่องกงเด๊ะเลย!!

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

5. กัมพูชาในเมืองไทย




อันนี้อาจไม่ได้จงใจสร้างให้เหมือน แต่หลายคนที่เคยไปสัมผัสมาทั้งสองแห่ง ต่างบอกว่ามีกลิ่นอายและให้ความรู้สึก“คล้ายกันมาก” ระหว่าง “นครวัด” ประเทศกัมพูชา มรดกทางวัฒนธรรมครั้งโบราณกาลหลายร้อยปี ที่ติดหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก กับ “ปราสาทสัจธรรม”  พัทยา สถาปัตกรรมงานไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน!! ซึ่งทั้งสองแห่งได้สะท้อนทั้งเรื่องราวทางศาสนา รวมทั้งรายละเอียดด้านศิลปกรรม โดยเฉพาะงานปั้นแกะสลักเทวรูปต่างๆ อันเป็น Symbol เด่นที่นักท่องเที่ยวต่างจดจำกันได้เป็นอย่างดี

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

4. เม็กซิโกในเมืองไทย







ครั้งหนึ่ง หากอยากสัมผัสความเป็นคาวบอยสไตล์เม็กซิกันให้ถึงแก่น ไม่ต้องบินไปไกลถึงทวีปอเมริกา แค่แล่นมาที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชีสมา แล้วตรงดิ่งไปที่ Pather Creek Resort ก็ได้อรรถรสแล้วล่ะครับ เพราะที่นี่จำลองบรรยากาศของเมืองสไตล์ตะวันตก ในยุค Indian-Cowboy มาไว้อย่างเต็มรูปแบบ แถมยังมี Service เจ๋งๆ เช่น บริการให้เช่าชุดคาวบอยแอ็คชั่นถ่ายรูปเท่ห์ๆ, รับจัดงาน Event งานปาร์ตี้ทั้งหลาย, หรือใครติดใจอยากนอนค้างก็มีห้องพักให้เลือกหลายแบบ พร้อมโบนัสได้สูดอากาศดีๆ จากธรรมชาติอันรื่นรมย์ที่อยู่รายรอบอีกด้วย

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

3. จีนในเมืองไทย (Photo : www.facebook.com/kungbassman)






ช็อตความรู้สึกแรกเมื่อก้าวเข้าสู่วิหาร “ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ” จังหวัดชลบุรี แห่งนี้ ราวกับหลุดเข้าไปในเมืองจีนยังไงหยั่งงั้น เพราะความประทับใจถูกสะกดไว้ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ไชน่าสุดวิจิตรตระการตา เช่น มังกรบุคลิกน่าเกรงขามที่พันอยู่รอบเสาทุกต้น ซึ่งความโดดเด่นของ “ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ” คือวิหารขนาดใหญ่ 4 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะเป็นที่ประดิษฐานของทวยเทพต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมไปกราบไหว้เพื่อเสริมความเป็นศิริมงคล ซึ่งหากได้แวะมาที่นี่ไม่เพียงแต่คุณจะได้อิ่มบุญ แต่รับรองว่าจะปรีดากับความสวยของสถานที่กลับไปด้วยอย่างแน่นอน!!

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

2. อิตาลีในเมืองไทย (Photo : www.facebook.com/kungbassman)







“จี๊ดจ๊าดชนะเลิศ” ผมกำลังพูดถึงที่เที่ยวสีสันสดใส หนึ่งใน Landmark แห่งเขาใหญ่ นาม Palio ซึ่งจำลองอาคารบ้านเรือนมาจากหมู่บ้าน ทัสคานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี ที่อาจจะดูสลับซับซ้อนนิดหน่อย แต่ก็เดินทะลุถึงกันได้ทั้งหมด โดยใน Palio มีทั้งสวนหย่อมสไตล์อิตาลี บรรยากาศสุดชิลล์, น้ำพุเก๋ๆ ให้แชะภาพคู่, หอชมวิวเขาใหญ่ชื่นใจลูกนัยน์ตา, เพลินลั้ลลากับร้านขายของหลากชนิด  หรืออยากอยู่ทั้งวันทั้งคืนก็เลือกพักใน Boutique Hotel ได้อีกต่างหาก

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~

1. กรีซในเมืองไทย






เมื่อมาเยือน Santorini Park ชะอำ ก็ต้องขอยกนิ้วให้ ว่าครีเอทจนเหมือนบรรยากาศเมือง Santorini ของจริงในประเทศกรีซเสียเหลือเกิน ทั้งสถาปัตยกรรมโทนสี “ฟ้า-ขาว” แอบแจมด้วยสีสดใสเล็กๆ พอเรียกความสดชื่น และที่นี่ยังการันตีว่าคุณจะได้ทั้งความสุข และ “สนุก” ชนิดล้นปรี่ เนื่องจากรวบรวมทั้งสวนสนุกแหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารชั้นนำไว้ให้เลือกสำราญกันอย่างพร้อมสรรพ

~ดูรายละเอียดสถานที่ และอ่านรีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก~